<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Turbopluz.com</title>
	<atom:link href="https://turbopluz.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://turbopluz.com</link>
	<description>จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 30 Apr 2024 07:08:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>

<image>
	<url>https://turbopluz.com/wp-content/uploads/2021/11/cropped-logo-favicon-32x32.png</url>
	<title>Turbopluz.com</title>
	<link>https://turbopluz.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เครื่องใช้ในครัวเรือน</title>
		<link>https://turbopluz.com/2021/11/22/heating-device-blog/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thaishopdesign]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2021 02:38:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://turbopluz.com/?p=297</guid>

					<description><![CDATA[<p>เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้คุ้มค่า &#160; ลองมาดู 5 ...</p>
<p>The post <a href="https://turbopluz.com/2021/11/22/heating-device-blog/">เครื่องใช้ในครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://turbopluz.com">Turbopluz.com</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em><u>เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้คุ้มค่า</u></em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองมาดู 5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะกับบ้านหรือคอนโดมิเนียมของคุณ ซึ่งนอกจากรสนิยมแล้ว ยังต้องคิดวิเคราะห์ถึงปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย</p>
<ol>
<li><strong> ราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้า</strong></li>
</ol>
<p>ถือเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่คนส่วนใหญ่ใช้เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากได้ของที่มีราคาไม่แพง แต่อย่าลืมว่าราคาไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นจะมีคุณภาพหรือประหยัดไฟได้มากกว่า สิ่งที่ควรทำ คือ การพิจารณาราคาควบคู่ไปกับคุณภาพ เปรียบเทียบหลาย ๆ ยี่ห้อ และเลือกยี่ห้อที่ราคาถูกกว่าแต่คุณภาพพอ ๆ กัน</p>
<ol start="2">
<li><strong> คุณภาพเป็นอันดับหนึ่ง</strong></li>
</ol>
<p>คุณภาพเป็นสิ่งที่ควรมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งคุณภาพดีก็หมายถึงความปลอดภัย และอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่แบบไหนถึงคุณภาพดี วิธีนี้อาจเลือกได้ง่าย ๆ จากแบรนด์ชั้นนำเป็นอันดับแรก การเลือกแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักแพร่หลายจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเชื่อมั่นในคุณภาพได้</p>
<p>นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบคุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าเบื้องต้นด้วยสายตาก่อนได้ เช่น มีตำหนิตรงไหนหรือไม่ มีส่วนไหนชำรุดหรือไม่ รวมทั้งมีการออกแบบที่ดี ได้มาตรฐานที่ดีไหมและมีการรับรองคุณภาพจากสถาบันต่าง ๆ เช่น มอก. เพื่อที่จะได้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัย</p>
<p><strong>สัญลักษณ์ มอก. คืออะไร</strong></p>
<p>เครื่องหมายมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. คือ เครื่องหมายรับรองถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์สินค้าว่าเป็นไปตามมาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งออกโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ปัจจุบัน มอก. สินค้าที่ สมอ. ดำเนินการและอนุญาตให้ผู้ประกอบการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานบนสินค้า มีด้วยกัน 2 แบบ คือ</p>
<p><strong>– เครื่องหมายมาตรฐานทั่วไป</strong> อยู่บนสินค้าทั่วไป รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเครื่องหมายนี้ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับรองคุณภาพสินค้าของตนเองได้ด้วยความสมัครใจ เพื่อพัฒนาสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยสินค้ากลุ่มนี้จะสามารถนำเข้าจากต่างประเทศโดยยังไม่มีการตรวจสอบคุณภาพ หรือไม่มี มอก. นั่นเอง อาทิ กระเบื้องซีเมนต์เส้นใยแผ่นลอน ปูนยิปซัมผสม และแผ่นหลังคาเมทัลชีต</p>
<p><strong>– เครื่องหมายมาตรฐานบังคับ</strong> ซึ่งจะอยู่บนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและวัสดุก่อสร้าง ยางรถยนต์ ของเล่น และหมวกกันน็อก</p>
<p><strong>ตรวจสอบ มอก. ได้อย่างไร</strong></p>
<p>สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐาน มอก. หรือไม่ สามารถสังเกตจากเครื่องหมาย มอก. ที่แสดงอยู่ที่ผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้น ๆ ทั้งเครื่องหมายมาตรฐานทั่วไป หรือเครื่องหมายมาตรฐานบังคับ</p>
<p>โดยผู้บริโภคควรตรวจสอบเลขที่ มอก. ที่แสดงอยู่ใต้เครื่องหมาย มอก. ว่าตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์หรือไม่ ตัวอย่างเช่น เลขที่ มอก. 2214-2548 ตู้เย็นสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันยังสามารถตรวจสอบเลขที่ มอก. และชื่อผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องได้จากเว็บไซต์สมอ.https://www.tisi.go.th หรือ <u>สแกน </u><u>QR Code บนหน้าฉลาก มอก. </u></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="3">
<li><strong> จำนวนวัตต์</strong></li>
</ol>
<p>ปกติจำนวนวัตต์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะมีบอกไว้บนตัวสินค้าอยู่แล้วซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถคำนวณค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายหลังจากการใช้งานได้</p>
<p><strong>วัตต์คืออะไร</strong></p>
<p>วัตต์หรือแรงเทียนคือพลังไฟฟ้าหรือกำลังไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีวัตต์มากก็กินไฟมากกว่าที่มีวัตต์น้อย (ในเวลาเท่ากัน)</p>
<p><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทใช้กี่วัตต์</strong></p>
<p>โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทมีจำนวนวัตต์แตกต่างกัน ดังนี้</p>
<p>– พัดลมตั้งพื้น 45-75 วัตต์</p>
<p>– ตู้เย็น 2-12 คิว (ลบ.ฟุต) 53-194 วัตต์</p>
<p>– เครื่องปรับอากาศ 680-3,300 วัตต์</p>
<p>– หม้อหุงข้าวไฟฟ้า 500-1,000 วัตต์</p>
<p>– เครื่องดูดฝุ่น 625-1,000 วัตต์</p>
<p>– เครื่องทำน้ำร้อนในห้องน้ำ 900-4,800 วัตต์</p>
<p>– โทรทัศน์ 43-95 วัตต์</p>
<p>– เครื่องซักผ้า 250-2,000 วัตต์</p>
<p>– เครื่องอบผ้าแห้ง 650-2,500 วัตต์</p>
<p>– เครื่องซักผ้าแบบมีเครื่องอบผ้า หรือเครื่องตั้งอุณหภูมิของน้ำ 250-2,000 วัตต์</p>
<p><strong>หมายเหตุ:</strong> ขอบคุณข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค    <a href="จาก:%20https:/www.pea.co.th">: https://www.pea.co.th</a></p>
<p><u> </u></p>
<p><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทเสียค่าไฟเท่าไหร่</strong></p>
<p>อุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชิ้น เมื่อเปิดใช้งาน 1 ชั่วโมง จะเสียค่าไฟเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่</p>
<p>– เครื่องดูดฝุ่น ขนาด 1,400-2,000 วัตต์ ค่าไฟ 6-8 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เตารีดไฟฟ้า 1,000-2,800 วัตต์ ค่าไฟ 3.5-10 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เครื่องเป่าผม ขนาด 1,600-2,300 วัตต์ ค่าไฟ 6-9 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เครื่องทำน้ำอุ่น ขนาด 3,500-6,000 วัตต์ ค่าไฟ 13.5 -23.5 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เครื่องซักผ้า ฝาบน-ฝาหน้า ขนาด 10 กิโลกรัม ค่าไฟ 2-8 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เครื่องปรับอากาศติดผนัง แบบ Fixed speed ขนาด 9,000-22,000 บีทียู/ชั่วโมง ค่าไฟ 2.5-6 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– พัดลมตั้งพื้น ขนาดใบพัด 12-18 นิ้ว ค่าไฟ 0.15-0.25 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– โทรทัศน์ LED backlight TV ขนาด 43-65 นิ้ว ค่าไฟ 0.40-1 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เตาไมโครเวฟ ขนาด 20-30 ลิตร ค่าไฟ 3-4 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– ตู้เย็น 2 ประตู ขนาด 5.5-12.2 คิวบิกฟุต ค่าไฟ 0.30-0.40 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– หม้อหุงข้าว ขนาด 1.0-1.8 ลิตร ค่าไฟ 3-6 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เครื่องปิ้งขนมปัง ขนาด 760-900 วัตต์ ค่าไฟ 3-3.5 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>– เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 1-2 หัวเตา ขนาด 2,000-3,500 วัตต์ ค่าไฟ 8-14 บาท/ชั่วโมง</p>
<p><strong>หมายเหตุ:</strong><strong> </strong>คิดจากค่าไฟเฉลี่ยอัตรา 3.9 บาทต่อหน่วย ข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="4">
<li><strong> ชนิดและขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้า</strong></li>
</ol>
<p>เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ของบ้านหรือห้องของคุณ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออย่าลืมวัดโต๊ะ ชั้นวางของ ที่จะใช้ตั้งอุปกรณ์ หรือวัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการวาง เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากต้องซื้ออย่างอื่นเพิ่มในภายหลัง ยกตัวอย่างเช่น</p>
<p><strong>วิธีเลือกบีทียู (</strong><strong>btu) เครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับขนาดห้อง</strong></p>
<p>โดยรายละเอียดและปัจจัยต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมดังนี้</p>
<p>– ขนาดห้องของหน้าต่างและมุมต่าง ๆ ของห้อง</p>
<p>– ทิศทางของห้องนั้น ๆ ว่าโดนแดดมากน้อยเพียงใด</p>
<p>– วัสดุหลังคามีฉนวนกันความร้อนภายในบ้านหรือไม่</p>
<p>– จำนวนผู้อยู่อาศัยในห้องนั้น</p>
<p><strong>สูตรการคำนวณ </strong><strong>btu เครื่องปรับอากาศ</strong></p>
<p>btu = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ความแตกต่าง</p>
<p>ความแตกต่างแบ่งได้ 2 ประเภท คือ</p>
<p>600-700 = ห้องที่มีความร้อนน้อยใช้เฉพาะเวลากลางคืน</p>
<p>700-800 = ห้องที่มีความร้อนสูงและส่วนใหญ่ใช้ในเวลากลางวัน</p>
<p><strong>ขนาด </strong><strong>btu เครื่องปรับอากาศเบื้องต้น</strong></p>
<p>– 9,000 btu ห้องปกติ ขนาด 12-15 ตารางเมตร ห้องโดนแด ขนาด 11-14 ตารางเมตร</p>
<p>– 12,000 btu ห้องปกติ ขนาด 16-20 ตารางเมตร ห้องโดนแด ขนาด 14-18 ตารางเมตร</p>
<p>– 18,000 btu ห้องปกติ ขนาด 24-30 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 21-27 ตารางเมตร</p>
<p>– 21,000 btu ห้องปกติ ขนาด 28-35 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 25-32 ตารางเมตร</p>
<p>– 24,000 btu ห้องปกติ ขนาด 32-40 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 28-36 ตารางเมตร</p>
<p>– 25,000 btu ห้องปกติ ขนาด 35-44 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 30-39 ตารางเมตร</p>
<p>– 30,000 btu ห้องปกติ ขนาด 40-50 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 35-45 ตารางเมตร</p>
<p>– 35,000 btu ห้องปกติ ขนาด 48-60 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 42-54 ตารางเมตร</p>
<p>– 48,000 btu ห้องปกติ ขนาด 64-80 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 56-72 ตารางเมตร</p>
<p>– 80,000 btu ห้องปกติ ขนาด 80-100 ตารางเมตร ห้องโดนแดด ขนาด 70-90 ตารางเมตร</p>
<p><strong>วิธีเลือกขนาดโทรทัศน์ให้เหมาะกับห้อง</strong></p>
<p>วิธีการวัดขนาดโทรทัศน์ คือ การวัดหน้าจอโทรทัศน์แบบเส้นทแยงมุม โดยวัดจากมุมหนึ่งของจอภาพด้านในเฉียงไปยังมุมตรงข้าม ซึ่งโทรทัศน์แต่ละขนาดมีระยะห่างที่เหมาะสมดังนี้</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 26 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 0.98 เมตร</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 1.25 เมตร</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 1.58 เมตร</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 47 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 1.76 เมตร</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 50 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 1.90 เมตร</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 55 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 2.06 เมตร</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 60 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 2.25 เมตร</p>
<p>– ขนาดหน้าจอ 70 นิ้ว ระยะห่างที่เหมาะสมคือ 2.63 เมตร</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="5">
<li><strong> การติดตั้งและการบำรุงรักษาหลังการซื้อ</strong></li>
</ol>
<p>หลังจากที่คำนวณทั้งราคา คุณภาพ จำนวนวัตต์ และความเหมาะสมระหว่างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะซื้อกับบ้านหรือคอนโดมิเนียมของคุณแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย คือ ค่าติดตั้งและค่าบำรุงรักษาที่จะต้องจ่ายในภายหลัง</p>
<p>กรณีที่เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีขั้นตอนในการติดตั้งที่ยุ่งยาก พยายามเลือกซื้อจากร้านที่รับประกันว่าจะติดตั้งและขนส่งให้ถึงบ้าน ส่วนในเรื่องการบำรุงรักษา ลองสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เคยใช้และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าวัสดุของอุปกรณ์นั้นรักษายากไหม ชำรุดง่ายหรือไม่ และหากซ่อมแซมจะต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่</p>
<h1>หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจาก : DDproperty Editorial Team</h1>
<h1><a href="https://www.ddproperty.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2/5-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2-27730">https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/5-ปัจจัยเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้คุ้มค่า-27730</a></h1><p>The post <a href="https://turbopluz.com/2021/11/22/heating-device-blog/">เครื่องใช้ในครัวเรือน</a> first appeared on <a href="https://turbopluz.com">Turbopluz.com</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ</title>
		<link>https://turbopluz.com/2021/11/22/ware-blog/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thaishopdesign]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2021 02:37:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://turbopluz.com/?p=294</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเลือกเครื่องกรองน้ำสักเครื่องเพื่อนำมาใช้ดื่ม หรือใช...</p>
<p>The post <a href="https://turbopluz.com/2021/11/22/ware-blog/">เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ</a> first appeared on <a href="https://turbopluz.com">Turbopluz.com</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเลือกเครื่องกรองน้ำสักเครื่องเพื่อนำมาใช้ดื่ม หรือใช้งานต่าง ๆ คงต้องเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องกรองจากน้ำประปา หรือบางแห่งเป็นน้ำบ่อ แล้วต้องนำมาใช้ ดังนั้นถ้าหากจะพิจารณาน้ำที่นำมาใช้กรอง ว่าควรจะเลือกเครื่องกรองน้ำแบบไหนดี</p>
<p><strong>สภาพน้ำดิบที่เราจะนำมากรอง</strong></p>
<ol>
<li>น้ำดิบ จะเป็นแหล่งน้ำที่จะนำมาผ่านเครื่องกรองของระบบประปากรุงเทพฯ จำพวก น้ำบาดาล น้ำบ่อ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น</li>
<li>น้ำประปา ผ่านการกรองมาแล้ว แต่ที่ยังพบปัญหาคือ กลิ่นของคลอรีน และท่อส่งที่อาจจะไม่สะอาดเพียงพอ สามารถจะใช้กับเครื่องกรองน้ำได้ทุกรุ่น</li>
</ol>
<h2><strong>5 </strong><strong>วิธีเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ</strong></h2>
<ol>
<li><strong>รู้ส่วนประกอบของน้ำที่ใช้ในครัวเรือน</strong><br />
ก่อนอื่นต้องทราบองค์ประกอบของน้ำที่ใช้ในบ้านของเรา หากเป็นน้ำประปาก็เป็นน้ำที่ทำให้สะอาดมาในระดับหนึ่งแล้ว แต่หากเป็นน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำบาดาล ก็จะมีแร่ธาตุที่ต้องกรองออกเยอะกว่าน้ำประปา เช่น ธาตุไนเตรต, ฟลูออไรด์ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงต้องใช้เครื่องกรองที่ฆ่าเชื้อโรคจุลินทรีย์ต่างๆ ได้</li>
<li><strong>รู้วัตถุประสงค์ของน้ำที่จะใช้</strong><br />
หากต้องการน้ำสะอาดไว้ดื่ม จำเป็นต้องเลือกเครื่องกรองน้ำคุณภาพสูง แต่หากต้องการน้ำสำหรับอาบ หรือบริโภคอื่นๆ ก็ใช้เครื่องกรองน้ำธรรมดาทั่วไป ที่ราคาไม่สูงมากนัก เพื่อกรองตะกอน และกลิ่นก็เพียงพอ</li>
<li><strong>รู้ไส้กรองของเครื่องกรองน้ำที่เลือก</strong><br />
ผู้บริโภคควรสอบถามถึงไส้กรองที่ใช้ในเครื่องกรองน้ำรุ่นต่างๆ จะได้ทราบคุณสมบัติการกรอง และการฆ่าเชื้อโรค เพื่อตรงกับวัตถุประสงค์ที่เลือกใช้ เช่น หากต้องการน้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่มโดยไม่ต้องนำมาต้มอีก ก็ควรเป็นเครื่องกรองน้ำที่ฆ่าเชื้อโรคได้ในตัว</li>
<li><strong>เปรียบเทียบราคาเครื่องกรองน้ำยี่ห้อต่างๆ</strong><br />
ในคุณสมบัติเดียวกัน ราคาของเครื่องกรองน้ำควรจะไม่ต่างกันมาก บางยี่ห้อเพิ่มประกันหลังการขาย พร้อมบริการเปลี่ยนไส้กรองตามอายุการใช้งาน ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคที่ต้องการบริการหลังการขาย</li>
<li><strong>เลือกเครื่องกรองน้ำที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม</strong><br />
อย่าดูที่ยี่ห้อ และราคาเพียงอย่างเดียว ต้องดูสัญลักษณ์มาตรฐานที่ได้รับการรองรับจากกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อยืนยันความปลอดภัยเบื้องต้น</li>
</ol>
<p>สรุปแล้วหากคุณต้องการเครื่องกรองน้ำดื่มคุณภาพสูง ต้องเลือกเครื่องกรองน้ำที่มีคุณสมบัติกรองหรือฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้ในตัว คือ เครื่องกรองน้ำระบบ RO และเครื่องกรองน้ำ UV Filter อย่างไรก็ดีหากจะซื้อเครื่องกรองน้ำแล้วต้องจดวันเปลี่ยนไส้กรองให้ชัดเจน เพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้ดีตลอดอายุการใช้งาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณบทความจาก : ไทยรัฐออนไลน์</p>
<p>https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2073145</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://turbopluz.com/2021/11/22/ware-blog/">เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ</a> first appeared on <a href="https://turbopluz.com">Turbopluz.com</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครื่องทำน้ำอุ่น</title>
		<link>https://turbopluz.com/2021/11/22/water-heater-blog/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thaishopdesign]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Nov 2021 02:34:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://turbopluz.com/?p=290</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลักการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น ในการเลือกซื้อเครื่องท...</p>
<p>The post <a href="https://turbopluz.com/2021/11/22/water-heater-blog/">เครื่องทำน้ำอุ่น</a> first appeared on <a href="https://turbopluz.com">Turbopluz.com</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หลักการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น</strong></p>
<p>ในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นนั้น มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องในการตัดสินใจ เช่น<br />
<em><strong>1.เลือกตามชนิด</strong></em><br />
เครื่องทำน้ำอุ่นมีหลายแบบให้เลือก เช่น แบบหม้อต้ม หรือแบบขดลวด เป็นต้น และยังสามารถเลือกแหล่งเชื้อเพลิงได้อีก โดยเครื่องทำน้ำอุ่นที่ใช้ไฟฟ้ายังคงเป็นชนิดที่ครัวเรือนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่นที่ใช้แก๊สธรรมชาติ (เช่น แก็ส LPG) และเครื่องทำน้ำร้อนชนิดใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar energy) ให้เลือกซื้อกัน</p>
<p><em><strong>2.ดีไซน์ (design)</strong> </em>ของเครื่อง รูปทรง ความสวยงาม การออกแบบ หรือฟังก์ชั่นการใช้งานของเครื่องทำน้ำอุ่น ก็มีส่วนในการตัดสินใจเลือกซื้อของเรา อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ใส่ใจที่ระบบความปลอดภัยของเครื่อง (ดูข้อ 5) ก่อนเป็นอันดับแรก เครื่องทำน้ำอุ่นบางรุ่นนั้นออกแบบมาให้อัตราการไหลของน้ำอุ่นสัมพันธ์กับการทำงานของเครื่อง ดังนั้นเครื่องเหล่านี้มักจะมีฝักบัวแถมมาด้วยเสมอ บางครั้งการนำเครื่องทำน้ำอุ่นไปต่อกับฝักบัวทั่วไป อาจทำให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานไม่เต็มที่ หลายคนจึงซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่มาพร้อมกับฝักบัว เครื่องทำน้ำอุ่นบางรุ่นมีการเพิ่มเติมฟังก์ชั่น ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อผู้รักสุขภาพสุขภาพ และสุนทรีย์ เนื่องจากการอาบน้ำสามารถผสมผสานของศาสตร์แห่งวารีบำบัดได้อย่างลงตัว เช่นฟังก์ชั่น การอาบน้ำร้อนสลับเย็น ซึ่งมาจากศาสตร์ contrast Hydrotherapy ที่ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น</p>
<p><strong><em>3.ความต้องการในใช้งาน</em></strong> เครื่องทำน้ำอุ่นที่ขายทั่วไปเป็นแบบชนิดน้ำผ่านร้อน ดังนั้นในการเลือกซื้อต้องคำนึงถึง สภาพภูมิประเทศที่คุณอยู่อาศัยนั้นมีสภาพอากาศอย่างไร กรณีสภาพอุณหภูมิปกติ เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล ควรเลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีกำลังวัตต์เพียง 3,500 วัตต์ หรือ 4,500 วัตต์ ก็เพียงพอต่อความต้องการและประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนในกรณีที่พื้นที่มีอากาศหนาวถึงหนาวมาก ก็ควรเลือกเครื่องทำน้ำอุ่น แบบมีกำลังวัตต์ที่สูงขึ้น เช่น เป็นขนาด 5500 ขึ้นไป เป็นต้น เนื่องจากขนาดกำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า มีหน่วยเป็น กำลังวัตต์ทางไฟฟ้า ซึ่งกำลังวัตต์ยิ่งมาก ความสามารถในการให้ความร้อนก็ยิ่งสูงขึ้น หรืออีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ชอบเครื่องทำน้ำร้อนระบบหม้อต้ม โดยจุดเด่น ดังนี้ อาบอุ่นสบาย ได้อุณหภูมิน้ำตามต้องการ น้ำอุณหภูมิคงที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำร้อน หากแรงดันน้ำหรืออุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนแปลงกระทันหันระหว่างอาบน้ำ สามารถทนแรงดันน้ำได้มากกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นระบบน้ำผ่านร้อนถึงกว่า 2 เท่า ได้แรงดันน้ำและอุณหภูมิน้ำที่คงที่ สามารถใช้งานกับฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ได้ดี ใช้กำลังไฟต่ำกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นทั่วไป<br />
สามารถต่อน้ำร้อนใช้งานได้มากกว่า 1 จุด ขึ้นอยู่กับขนาดความจุของเครื่อง ยังคงมีน้ำร้อนใช้หากไฟฟ้าดับ แต่ราคาอาจจะสูงกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นระบบน้ำผ่านร้อนโดยทั่วไป</p>
<p><strong><em>4.การประหยัดพลังงาน</em></strong> เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างกินไฟ ดังนั้นการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานเป็นสิ่งที่ดี ในกรณีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้ไฟฟ้า การเลือกซื้อก็คงต้องเลือกใช้เบอร์ 5 ประหยัดไฟกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เรามีคำแนะนำเพิ่มเติม ดังนี้ เลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นหลัก เช่น ต้องการใช้น้ำอุ่นเพื่ออาบน้ำ หรือล้างจาน เป็นต้น และเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดครอบครัว (จำนวนผู้ใช้งานมีมากน้อยเพียงใด) เพื่อประหยัดพลังงาน เลือกใช้หัวฝักบัวชนิดประหยัดน้ำ (Water Efficient Showerhead) เพราะประหยัดน้ำกว่าหัวฝักบัวธรรมดา 25-75% เลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีถังน้ำภายในตัวเครื่อง และมีฉนวนหุ้ม เพราะสามารถลดการใช้พลังงานได้ 10-20% หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าชนิดที่ไม่มีถังน้ำภายใน เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองการใช้พลังงานในการทำน้ำให้ร้อนตลอดเวลา</p>
<p><em><strong>5.ระบบความปลอดภัย</strong></em> สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วเรื่องความปลอดภัย ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เราควรให้ความสำคัญ เรามีคำแนะนำเบื้องต้น ดังนี้ เครื่องทำน้ำอุ่นที่ปลอดภัยจะต้องมีเครื่องป้องกันไฟดูดติดตั้งอยู่ในตัวเครื่อง (ระบบ ELCB และ ELSD) แต่ถ้าเราซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาแล้วแต่ไม่มีตัวตัดไฟ ก็ให้หาซื้อเบรคเกอร์พิเศษชนิดที่ตัดได้ทั้งไฟเกิน ไฟรั่ว ไฟดูด มาติดตั้งเพิ่มเติมได้ หากเครื่องทำน้ำอุ่นไม่มีเครื่องป้องกันไฟดูดติดตั้งอยู่ในตัวเครื่อง อย่างน้อยฝาหลังเครื่องทำน้ำอุ่นนั้นต้องเป็นโลหะ ตัวกล่องด้านหน้าเป็นพลาสติกไม่เป็นไร แต่ฝาหลังที่ยึดติดกับฝาผนังต้องทำจากโลหะ เพราะถ้าเกิดมีไฟรั่วขึ้นมาไฟจะได้รั่วลงดิน ผ่านทางฝาหลังออกไปยังน็อตสกรูที่ยึดติดกับปูนฝาผนังช่วยลดอันตรายจากไฟรั่วได้ สายดินหรือสายกราวนด์ในตัวเครื่องจะต้องไม่เล็กกว่า 2.5 SQ.MM. มีสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิหรือไม่ โดยสวิตช์ตัวนี้ทำหน้าที่ตัดไฟเวลาน้ำอุ่นร้อนได้ที่ ถ้าไม่มีสวิตช์ตัวนี้อย่าซื้อมาใช้เด็ดขาด เพราะถ้าเผลอเปิดทิ้งไว้เมื่อไรมีสิทธิ์ทำไฟไหม้บ้านได้ สวิตช์ควบคุมแรงดันน้ำ ลองพิจารณาดูว่า ถ้าหม้อต้มน้ำร้อนรั่วขึ้นมา น้ำที่รั่วจะไหลหยดลงบนสวิตช์ได้หรือไม่ ถ้าคิดว่าหยดลงได้ไม่ควรซื้อมาใช้ เพราะอาจทำให้ถูกไฟฟ้าดูดได้ เครื่องทำน้ำอุ่นที่ได้มาตรฐานต้องออกแบบให้สวิตช์ตัวนี้อยู่ในตำแหน่งใต้หม้อต้มน้ำร้อนแบบเยื้องๆ ไม่ใช่ข้างใต้แบบตรงพอดิบพอดี หากหม้อต้มน้ำร้อนรั่ว น้ำต้องไม่หยดลงบนสวิตช์ และตัวสวิตช์ต้องมีวัสดุกันน้ำชนิดคลุมมิดชิดไม่ใช่ปล่อยให้เปลือยเปล่าล่อไฟช็อต ขนาดสายไฟของเครื่องทำน้ำอุ่นต้องได้ขนาด ไม่เล็กจนเกินไป โดยมีสูตรคำนวณคร่าวๆ ดังนี้ ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า เครื่องทำน้ำอุ่นนั้นกินไฟเท่าไร จากนั้นเอา 1,320 หาร จะได้ค่าของขนาดสายไฟ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นกินไฟ 5,500 วัตต์ หารด้วย 1,320 ได้ผลลัพธ์ 4.16 ฉะนั้นขนาดสายไฟที่เหมาะสม ต้องไม่น้อยกว่า 4 SQ.MM. สูตรนี้เอาไปคำนวณการเดินสายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นได้ด้วย การป้องกันน้ำเข้าไปในระบบของเครื่อง (เช่น รูปแบบของฝาครอบ) เพราะน้ำในระหว่างการใช้งานอาจจะกระเด็นเข้าในตัวเครื่องได้ ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร</p>
<p><em><strong>6.การรับประกันและการบริการหลังการขาย</strong></em> ควรเลือกสินค้าที่มีการรับประกันและการบริการหลังการขายที่ดี</p>
<p><em><strong>7.แบรนด์หรือยี่ห้อ</strong></em> เครื่องทำน้ำอุ่นมีขายกันมีมากมายหลายยี่ห้อ เช่น Panasonic, Sharp, Hitachi, Mitsubishi, Toshiba, Sanyo, Stiebel, Faco, Siemens, Turbora, ฯลฯ และมีราคาตั้งแต่ 2 พันกว่าบาทขึ้นไป และคิดค่าติดตั้งเพิ่ม หลายท่านมีแบรนด์ที่ชื่นชอบหรือเชื่อใจอยู่แล้ว หลายท่านยังไม่ได้เลือกยี่ห้อไว้ แนะนำว่าควรดูที่คุณสมบัติ คุณภาพ และความเหมาะสมของราคาไว้ก่อน ส่วนแบรนด์หรือยี่ห้อของสินค้า บางครั้งก็น้ำหนักในการตัดสินใจเช่นกัน แหล่งผลิต เป็นสินค้านำเข้าจากประเทศนั้น ประเทศนี้ ก็มีส่วนในการตัดสินใจไม่น้อย ควรเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงและมียี่ห้อที่ได้มาตรฐาน เพราะว่ายิ่งยี่ห้อมีชื่อเสียงและได้รับมาตรฐานมากเท่าใด ความปลอดภัยก็จะสูงตามขึ้นไปด้วย เครื่องทำน้ำอุ่นที่ได้มาตรฐานและมียี่ห้อที่เชื่อถือได้นั้น จะผ่านการทดสอบและได้รับรางวัลต่างๆ ซึ่งเป็นการการันตีเบื้องต้นถึงคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นชนิดโนเนม แต่ก็คุ้มครองชีวิตคุณ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า สำหรับเวลาที่ท่านไปหาซื้อตามห้างหรือร้านค้า คนขายมักจะพยายามแนะนำให้ไปใช้ยี่ห้อโน้น ยี่ห้อนี้ แนะนำว่า อย่าเชื่อคำโฆษณาหรือของแถมมากเกินไป ทางที่ดีเราควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ไปให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ<br />
8.ราคาและงบประมาณที่เรามี หากท่านมีกำลังซื้อมากก็สามารถเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นที่ดี มีประสิทธิสูงได้ไม่ยาก แต่หากท่านมีงบประมาณจำกัดก็คงต้องตัดสินใจเลือกให้ดีที่สุด อาศัยหลายปัจจัยร่วมในการตัดสินใจ เปรียบเทียบราคา ยี่ห้อ รุ่นต่างๆ จนได้ที่พอใจแล้วค่อยซื้อ ดังนั้นงบประมาณที่เรามีก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กำหนดลักษณะของเครื่องทำน้ำอุ่นที่เรากำลังจะเลือกซื้อได้เช่นกัน</p>
<p>ขอบคุณที่มา : 8 หลักสำคัญในการเลือกซื้อหาเครื่องทำน้ำอุ่น</p>
<p>https://www.chiangmaiaircare.com/8-หลักสำคัญในการเลือกซื้อหาเครื่องทำน้ำอุ่น/</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://turbopluz.com/2021/11/22/water-heater-blog/">เครื่องทำน้ำอุ่น</a> first appeared on <a href="https://turbopluz.com">Turbopluz.com</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
